คลังข้อสอบชีวะ(A-Net)

ตัวอย่างข้อสอบวิชาชีววิทยา (A – NET)
1. ใช้กล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย 10 x 4 ส่องดูไม้บรรทัด เห็นภาพไม้บรรทัดส่วนที่
พาดผ่านศูนย์กลางความยาว 4 มิลลิเมตร ถ้าเปลี่ยนกำลังขยายเป็น 10 x 10
จะเห็นภาพไม้บรรทัดส่วนที่พาดผ่านศูนย์กลางมีความยาวเท่าใด
1. 1.6 มิลลิเมตร      2. 1.0 มิลลิเมตร
3. 4.0 มิลลิเมตร     4. 2.5 มิลลิเมตร
2. ข้อใดที่เป็นลักษณะร่วมของเซลลูโลส (cellulose) และอะไมโลเพกทิน (amylopectin)
1. รูปแบบของพันธะไกลโคซิดิก
2. ชนิดของน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่เป็นองค์ประกอบ
3. มีการแตกแขนงของสายน้ำตาล
4. ย่อยได้ด้วยน้ำลาย
3. สารใดต่อไปนี้ที่มีพันธะเพปไทด์
ก. โพรแลกทิน
ข. ไบโอทิน
ค. แอกทิน
ง. ไนอะซิน
1. ก และ ข       2. ข และ ง
3. ก และ ค      4. ค และ ง
4. โครงสร้างใดภายในเบตาเซลล์ของตับอ่อนที่สังเคราะห์อินซูลิน
1. ไรโบโซมในไซโทพลาสซึม
2. ไรโบโซมบนผิวนอกของเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม
3. กอลจิคอมเพล็กซ์
4. เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมแบบผิวเรียบ
5. การหลั่ง แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) จากปลายแอกซอนของเซลล์ประสาท
จัดเป็นกระบวนการลำเลียงแบบใด
1. การลำเลียงแบบใช้พลังงาน (active transport)
2. การแพร่แบบฟาซิลิเทต (facilitated diffusion)
3. เอกโซไซโทซิส (exocytosis)
4. การแพร่ (simple diffusion)
6. ข้อความใดถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการแบ่งเซลล์
1. ครอสซิงโอเวอร์ เกิดขึ้นระหว่าง non – sister chromatid ของ non – homologous
chromosome
2. เซนทริโอล (centriole) เป็นออร์แกเนลล์ยึดเส้นใยสปินเดิลเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่
ของโครโมโซมพืช
3. เซนโทรเมียร์ (centromere) คือ จุดที่ไขว้กันระหว่าง non – sister chromatid ของ
homologous chromosome
4. ระยะแอนาเฟส เส้นใยสปินเดิลหดสั้น ดึง chromatid ของแต่ละโครโมโซมแยกไป
อยู่คนละขั้วของเซลล์
7. การแบ่งนิวเคลียสของเซลล์ในภาพ อยู่ในระยะใด และสิ่งมีชีวิตนี้มีจำนวนโครโมโซม
ในเซลล์ร่างกายเท่าใด


1. anaphase , 2n = 2          2. anaphase , 2n = 4
3. anaphase I , 2n = 2       4. anaphase I , 2n = 4
8. อวัยวะใดมีบทบาทในการย่อยอาหารพวกโปรตีน
1. ตับ ตับอ่อน กระเพาะอาหาร
2. ตับอ่อน กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก
3. ลำไส้เล็ก ตับ ตับอ่อน
4. กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้เล็ก
9. สารอาหารพวกใดที่เมื่อดูดซึมแล้วจะเข้าตับก่อนไปที่หัวใจ
1. กรดอะมิโน วิตามินเอ กลูโคส
2. กลูโคส กรดอะมิโน วิตามินซี
3. วิตามินดี กลูโคส กรดอะมิโน
4. วิตามินซี เกลือแร่ วิตามินเอ
10. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการสลายสารอาหารระดับเซลล์
1. เมื่อได้รับออกซิเจนเพียงพอ เซลล์สัตว์ทั่วไปจะมีกระบวนการสลายลิพิดเป็น
คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ
2. ตัวนำอิเล็กตรอนที่สำคัญในกระบวนการสลายสารอาหารคือ NAD+ และ FAD
3. NADH เป็นตัวให้อิเล็กตรอน และ NAD+ เป็นตัวรับอิเล็กตรอนในกระบวนการ
ถ่ายทอดอิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นในไมโทคอนเดรีย
4. ไกลโคไลซิสเกิดในไซโทพลาสซึมของเซลล์ยูคาริโอต

12. เชื้อโรคที่เข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิต ส่วนใหญ่จะถูกดักจับและทำลายในอวัยวะใด
1. ต่อมไทมัส    2. ต่อมน้ำเหลือง
3. ม้าม               4. ไขกระดูก
13. การเลี้ยงทารกด้วยน้ำนมแม่เป็นการให้ภูมิคุ้มกันแก่ทารกเปรียบเทียบได้กับข้อใด
1. การฉีดวัคซีน
2. การฉีดซีรัม
3. การฉีดทอกซอยด์
4. การเล่นกับเพื่อนที่เป็นโรคติดต่อ
14. ต่อมใดไม่มีบทบาทเกี่ยวกับการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย
1. ต่อมน้ำลาย    2. ต่อมไทรอยด์
3. ต่อมไขมัน     4. ต่อมเหงื่อ
15. ลิมโฟไซต์ในอวัยวะใดของระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่สร้างแอนติบอดี
ก. ไขกระดูก ข. ต่อมไทมัส
ค. ม้าม ง. ต่อมน้ำเหลือง
1. ก และ ข     2. ข และ ค
3. ค และ ง     4. ก และ ง
16. ขณะที่ไส้เดือนดินยืดตัวยาวออก กล้ามเนื้อทำงานในรูปแบบใด
1. กล้ามเนื้อวง และกล้ามเนื้อตามยาวคลายตัว
2. กล้ามเนื้อวง และกล้ามเนื้อตามยาวหดตัว
3. กล้ามเนื้อวงหดตัวและกล้ามเนื้อตามยาวคลายตัว
4. กล้ามเนื้อวงคลายตัวและกล้ามเนื้อตามยาวหดตัว
17. เซลล์ทุกชนิดสามารถรักษาศักย์เยื่อเซลล์ (membrane potential) ไว้ได้เนื่องจากมี
1. ช่องโซเดียม     2. ช่องโพแทสเซียม
3. ช่องคลอไรด์    4. โซเดียม – โพแทสเซียมปั๊ม
18. เมื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทด้วยสิ่งเร้าที่มีผลให้ช่องโซเดียมเปิด จะทำให้
1. ศักย์เยื่อเซลล์ลดลงและเพิ่มโอกาสการเกิดแอกชันโพเทนเชียล
2. ศักย์เยื่อเซลล์เพิ่มขึ้นและเพิ่มโอกาสการเกิดแอกชันโพเทนเชียล
3. ศักย์เยื่อเซลล์ลดลงและลดโอกาสการเกิดแอกชันโพเทนเชียล
4. ศักย์เยื่อเซลล์เพิ่มขึ้นและลดโอกาสการเกิดแอกชันโพเทนเชียล
19. สัตว์มีกระดูกสันหลังที่สัดส่วนของสมองส่วนกลางต่อสมองทั้งหมด สูงสุดคือข้อใด
1. ปลาวาฬ    2. จระเข้
3. งูดิน           4. ฉลาม
20. อวัยวะ ก. หลั่งฮอร์โมน ข. มากกว่าปกติส่งผลให้การดูดกลับของแคลเซียมที่ไตลดลง
ข้อใดหมายถึง ก. และ ข. ตามลำดับ
1. ต่อมไทรอยด์และไทรอกซิน
2. ต่อมพาราไทรอยด์และพาราทอร์โมน
3. ต่อมไทรอยด์และแคลซิโทนิน
4. ต่อมพาราไทรอยด์และแคลซิโทนิน
21. หลังการปฏิสนธิ การขาดฮอร์โมนใดที่มีผลให้เยื่อบุผนังมดลูกเจริญผิดปกติ
ไม่เหมาะสมสำหรับให้เอ็มบริโอฝังตัว
1. FSH                      2. LH
3. Estrogen           4. Progesterone

22. กราฟแสดงระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ในรอบเดือนของหญิงสาว


ก , ข , และ ค คือฮอร์โมนใดตามลำดับ
1. Estrogen , Progesterone , LH
2. Estrogen , LH , Progesterone
3. Progesterone , Estrogen , LH
4. LH , Estrogen , Progesterone
23. แบ่งลูกนกที่ฟักออกจากไข่พร้อม ๆ กันเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุม เลี้ยงไว้ในสภาพปกติ ซึ่งเราจะเห็นลูกนกในกลุ่มนี้
กระพือปีกอยู่เป็นระยะ ๆ
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มทดลอง ที่จะได้รับการดูแลเหมือนกลุ่มควบคุมทุกประการ
นอกจากเราเลี้ยงนกเหล่านี้ไว้ในหลอดแก้วขนาดพอดีตัวนก
ทำให้ไม่สามารถกระพือปีกได้
เลี้ยงนกทั้งสองกลุ่มไว้จนนกกลุ่มที่ 1 บินได้ จึงปล่อยนกกลุ่มที่ 2 ออกจากหลอดแก้ว
นกกลุ่มนี้จะบินได้เป็นปกติทันทีที่ถูกปล่อย พฤติกรรมการบินของนกเป็นพฤติกรรม
แบบใด
1. เป็นมาแต่กำเนิด (innate behaviour)
2. ลองผิดลองถูก (trial and error)
3. พฤติกรรมรีเฟล็กซ์ (reflex)
4. โอเรียนเตชัน (orientation)
24. ลูกนกกระจอกหัวขาวเพศผู้ที่เลี้ยงแยกจากนกร่วมสปีชีส์ตั้งแต่ฟักออกจากไข่ในห้อง
เก็บเสียงจนอายุ 5 เดือน ลูกนกเหล่านี้จะร้องเพลงที่ผิดไปจากเพลงของนกกระจอก
หัวขาวทั่วไป แม้จะมีความคล้ายคลึงกันบ้างก็เพียงเล็กน้อย แต่ถ้านกเหล่านี้ได้รับฟัง
เทปเสียงเพลงนกกระจอกหัวขาวที่เจริญวัยแล้ว เมื่ออายุระหว่าง 10 – 50 วัน (ไม่ก่อน
หรือหลังจากนี้) จะสามารถร้องเพลงประจำสปีชีส์ของตนได้ถูกต้องเมื่ออายุ 5 เดือน
ใช้ข้อมูลนี้ตอบคำถามข้างล่าง
การเรียนรู้เพลงประจำสปีชีส์ของนกชนิดนี้ จัดเป็นการเรียนรู้แบบใด
1. ลองผิดลองถูก (trial and error)
2. มีเงื่อนไข (conditioning)
3. ฝังใจ (imprinting)
4. แฮบิชูเอชัน (habituation)
25. อวัยวะใดเจริญมาจากชั้นเมโซเดิร์ม (mesoderm) ของเอ็มบริโอมนุษย์
1. สมอง
2. ไต
3. ตับ
4. ปอด

26. เพดดีกรีในข้อใดแสดงการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดจากยีนด้อยบนโครโมโซม x

1. ก และ ข
2. ข และ ค
3. ค และ ง
4. ก และ ค

28. เซลล์ร่างกายของบุคคลที่แสดงกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) มีความผิดปกติ
อย่างไรบ้าง
ก. มีจำนวนโครโมโซม 47 แท่ง
ข. โครโมโซมคู่ที่ 21 มี 3 แท่ง
ค. โครโมโซม X มี 3 แท่ง
ง. เกิด non-disjunction ของโครโมโซมคู่ที่ 21 ในกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธ์ุ
1. ก และ ข               2. ก และ ค
3. ก ข และ ง           4. ก ค และ ง

29. เอนไซม์ใดทำหน้าที่เชื่อมต่อยีนของคนเข้ากับพลาสมิดในการสร้าง DNA สายผสม
1. DNA polymerase
2. DNA ligase
3. เอนไซม์ตัดจำเพาะ
4. เอนไซม์ Eco RI
30. ในการโคลนยีนสร้างโปรตีนเปลือกไวรัสเพื่อการผลิตวัคซีน ข้อใดถูกต้อง
1. การโคลนยีนด้วยวิธี PCR (polymerase chain reaction) ต้องอาศัยยีนต้านทาน
ยาปฏิชีวนะ
2. การโคลนยีนโดยอาศัยพลาสมิดของแบคทีเรีย มีการใช้แบคทีเรียชนิดพิเศษที่ทน
อุณหภูมิสูง
3. การโคลนยีนด้วยวิธี PCR มักต้องอาศัย DNA polymerase ชนิดพิเศษที่ทน
อุณหภูมิสูงได้
4. การโคลนยีนโดยอาศัยพลาสมิดของแบคทีเรีย ไม่สามารถทำได้ในกรณีนี้
เพราะเป็นยีนของไวรัส
31. คำอธิบายในข้อใด สอดคล้องกับทฤษฎีวิวัฒนาการของลามาร์ค (Lamarck)
1. ปลาทับทิมเกิดจากการคัดเลือกพันธ์ุปลานิล
2. กะเหรี่ยงคอยาวมีลูกสาวคอยาวเหมือนแม่
3. การดื้อสาร DDT ของยุง
4. นกฟินช์บนเกาะกาลาปากอสมีจะงอยปากหลายแบบ
32. ข้อใดเป็นลักษณะของมอส
รากที่แท้จริง เนื้อเยื่อลำเลียง สปอโรไฟต์ / แกมีโตไฟต์
1. ไม่มี มี ช่วงเป็นสปอโรไฟต์ยาวกว่า
แกมีโตไฟต์
2. มี ไม่มี ช่วงเป็นสปอโรไฟต์สั้นกว่า
แกมีโตไฟต์
3. ไม่มี ไม่มี ช่วงเป็นสปอโรไฟต์สั้นกว่า
แกมีโตไฟต์
4. มี มี ช่วงเป็นสปอโรไฟต์ยาวกว่า
แกมีโตไฟต์
33. ลักษณะสำคัญของสัตว์ในคลาสครัสตาเชียข้อใดที่ต่างจากสัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดา
คลาสอื่น ๆ
1. มีขาเดิน 5 คู่
2. มีหนวด 2 คู่
3. มีส่วนหัวและส่วนอกรวมกัน
4. มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด

34. ข้อใดเป็นการปรับตัวของพืชเพื่อลดการสูญเสียน้ำ
ก. การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์แบบ CAM
ข. ปากใบอยู่ต่ำกว่าระดับผิวใบ
ค. การเกิดกัตเตชัน
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ก และ ค 4. ก ข และ ค
35. ข้อใดถูกต้องสำหรับปฏิกิริยาแสง (light reaction)
1. กลุ่มโปรตีนสำคัญในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาแสงมีเพียง 2 กลุ่ม คือ
ระบบแสง I และระบบแสง II
2. คลอโรฟิลล์ทุกโมเลกุลในระบบแสง สามารถเป็นตัวให้อิเล็กตรอนในปฏิกิริยาแสง
หากได้รับคลื่นแสงที่เหมาะสม
3. ATP synthase ที่อยู่บริเวณเยื่อไทลาคอยด์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการสร้าง ATP
ในปฏิกิริยาแสง
4. การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักรทำให้ได้ NADH
36. ในสภาวะปกติข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
1. พืช C3 สังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน ส่วนพืช CAM สังเคราะห์แสง
ในเวลากลางคืน
2. พืช C3 สังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน ส่วนพืช C4 สังเคราะห์แสงใน
เวลากลางคืน
3. พืช C4 สังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน ส่วนพืช CAM สังเคราะห์แสง
ในเวลากลางคืน
4. พืช C4 และ CAM สังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน

37. ข้อใดเป็นข้อสรุปที่ได้จากกราฟ


1. ไลท์คอมเพนเซชันพอยท์ (light compensation point) ของอ้อย มีค่าสูงกว่า
มะม่วง
2. มะม่วงมีจุดอิ่มตัวของแสง ประมาณ 1,500 μmol m-2s-1
3. อ้อยมีจุดอิ่มตัวของแสงประมาณ 33 μmol m-2s-1
4. ความเข้มแสงที่มากกว่า 1,000 μmol m-2s-1 จะไม่มีผลต่อการเพิ่มอัตราการตรึง
CO2 สุทธิของอ้อย
38. เซลล์ของพืชดอกในข้อใดที่มีจำนวนโครโมโซม 1 ชุด (n)
ก. โพลาร์นิวคลีไอ
ข. ไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์
ค. ไซโกต
ง. ทิวบ์นิวเคลียส
1. ก และ             ข 2. ข และ ง
3. ก และ             ง 4. ค และ ง
39. สาเหตุการพักตัวของเมล็ดมีหลายประการ ยกเว้นข้อใด
1. เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง
2. มีกรดแอบไซซิกในเมล็ดสูง
3. เอ็มบริโอในเมล็ดยังไม่เจริญเต็มที่
4. เอ็มบริโอในเมล็ดมีส่วนประกอบผิดปกติ
40. ฮอร์โมนในพืชชนิดใด เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อแสงของปลายยอดพืช ดังในภาพ


1. ออกซิน                 2. ไซโทไคนิน
3. จิบเบอเรลลิน       4. กรดแอบไซซิก
41. ข้อใดถูกต้องเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่จนเกิดสังคมสิ่งมีชีวิตขั้นสุดท้ายในพื้นที่
ที่เคยทำไร่ แล้วปล่อยให้รกร้าง
1. การเปลี่ยนแปลงแทนที่ที่เกิดขึ้นเป็นแบบปฐมภูมิ
2. สิ่งมีชีวิตที่เข้ามาอยู่ก่อนมักจะเป็นมอส และไลเคนส์
3. สังคมสิ่งมีชีวิตขั้นสุดท้ายที่เกิดขึ้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก
4. จำนวนสปีชีส์ของไม้ยืนต้นในบริเวณนั้นจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
42. การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตในข้อใดที่ต่างจากข้ออื่น
1. โพรโทซัว อาศัยอยู่ในลำไส้ปลวก
2. ผักตบชวาแข่งขันกันแพร่พันธุ์ในสระน้ำ
3. กาฝากขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่
4. นกพิราบและนกเขาแย่งกันกินเมล็ดหญ้า
43. โซ่อาหารในข้อใดจัดเป็นโซ่อาหารแบบ ดีไทรทัส (detritus food chain)
1. ต้นชบา → หนอนบุ้ง → นกกระจาบ
2. หญ้า → เพลี้ย → แมงมุม
3. สาหร่าย → หอยขม → เต่า
4. ขอนไม้ → ปลวก → กิ้งก่า
44. ถ้านักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมสร้างข้าวโพดสปีชีส์ใหม่ที่สามารถ
ชักนำให้แบคทีเรียกลุ่มไรโซเบียมมาอาศัยอยู่ในรากได้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจน
ของข้าวโพดพันธ์ุใหม่นี้ คือ
1. ลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในการเพาะปลูก
2. ไม่ต้องใส่ปูนมาร์ลในดินก่อนทำการเพาะปลูก
3. ไม่ต้องไถพรวนดินก่อนทำการเพาะปลูก
4. ลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในการเพาะปลูก

45. ในการเพิ่มประชากรแบบลอจิสติกนั้น กราฟอัตราการเพิ่มประชากรจะมีรูปแบบคล้าย
ข้อใดมากที่สุด

46. แครีอิงคาพาซิตี (carrying capacity) ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง
ส่วนใหญ่มักจะถูกกำหนดโดย
1. ความหนาแน่นประชากรของสิ่งมีชีวิตนั้น
2. อัตราการเพิ่มประชากรของสิ่งมีชีวิตนั้น
3. จำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น
4. ทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ในบริเวณนั้น
47. เมื่อเกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันขึ้นในแหล่งน้ำ น้ำในแหล่งน้ำนั้นจะมีสภาพเช่นไร
1. มีค่า DO สูง แต่มีค่า BOD ต่ำ        2. มีค่า DO ต่ำ แต่มีค่า BOD สูง
3. ทั้ง DO และ BOD มีค่าสูง              4. ทั้ง DO และ BOD มีค่าต่ำ
48. แนวทางบันไดสามขั้นในการป้องกันการแพร่ระบาดและรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น
ได้แก่
1. การป้องกัน การสืบพบ และการกำจัด
2. การสืบพบ การเก็บกัก และการฟื้นฟู
3. การป้องกัน การกำจัด และการฟื้นฟู
4. การเก็บกัก การกำจัด และการป้องกัน อัตราการเพิ่มประชากรเวลาอัตราการเพิ่มประชากรเวลาอัตราการเพิ่มประชากรเวลา
อัตราการเพิ่มประชากรเวลา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Top Rated

%d bloggers like this: